ระยะทางกว่าจะถึง 1 ปี ของ“กว่าจะถึงออฟฟิศ” เพจที่พูดแทนใจ สะท้อน Insight คนทำงาน

เกือบหนึ่งปีแล้วที่ชาวมนุษย์ออฟฟิศได้รู้จักเพจ“กว่าจะถึงออฟฟิศ” เพจตลกร้ายสีสันสดใสที่พูดแทนใจจาก Insight ของคนทำงาน ซึ่งถ้าถามว่าโดนใจแค่ไหน ก็น่าจะการันตีได้จากปริมาณรีแอกต์ในแต่ละโพสต์ ที่สูงถึงระดับเกือบหมื่นรีแอกต์ กับยอดแชร์อีกหลายพัน ที่น่าจะพิสูจน์ความ ‘โดน’ของมุกได้อย่างเห็นภาพ

ในจุดที่เพจหน้าใหม่ได้เติบโตเป็นเพจระดับ70,000ไลค์ ภายในเวลาไม่ถึงปี ด้วยสไตล์ภาพ Illustrationที่เป็นเอกลักษณ์ น่ารัก จัดจ้าน กับมุกที่ร่วมสมัย และการจับประเด็นโมเมนต์ที่โดนใจคนวัยทำงานจนต้องตบเข่าฉาด เราอยากพาไปเปิดดูรูทการเดินทาง ว่ากว่าจะครบ 1ปี มันมีอะไรอยู่ในระหว่างทางกว่าจะมาเป็นเพจ “กว่าจะถึงออฟฟิศ”

อะไรทำให้พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำเพจ กว่าจะถึงออฟฟิศ

คือเราอยากทำเพจของตัวเองแต่ก็ยังลังเลว่าจะโฟกัสที่ประเภทคอนเทนต์หรือจะลงงานศิลปะทั่วๆ ไปดี ประกอบกับช่วงนั้นเรามีโอกาสเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบพนักงานออฟฟิศเต็มตัว มีเรื่องว้าวๆ เกิดขึ้นในชีวิตมากพอสมควร ในที่สุดก็เลยตัดสินใจทำเพจคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับชีวิตพนักงานออฟฟิศนี่ล่ะ

 

ภาพวาดในเพจมีมู้ดแอนด์โทนที่เป็นเอกลักษณ์มาเราวางสไตล์ของภาพไว้อย่างไร

ตอนที่ดีไซน์งานของเพจนี้ ไม่อยากให้สไตล์มันมาทับงานหลักของเราที่เป็นนักวาดภาพประกอบฟรีแลนซ์ ปกติเราเป็นคนวาดละเอียด ดีเทลเยอะ เลยลดทอนให้เส้นออกมาดูน้อยลง เอาที่เราวาดถนัดและสบายใจ เพราะคอนเทนต์หลักๆ คือการบ่นบนฐานของความขี้เกียจ ถ้าภาพออกมาซีเรียสมันก็จะดูขัดแย้งกันไปหน่อย พอได้สไตล์แล้วก็เลือกใช้แค่สามสีที่ชอบ (เหลือง แดง น้ำเงิน) การใช้แค่สามสีทุกรูป น่าจะช่วยให้คนจำงานเราได้ อยากให้มันช่วยเป็นโลโก้แฝง

 

เห็นคอนเทนต์ที่โพสต์มีการผสมผสากันระหว่างโมเมนต์คนทำงาน ซีนจากป๊อปคัลเจอร์ หรือบางทีก็เล่นกับกระแสเรียลไทม์เราเริ่มคิดมุกแต่ละมุกอย่างไร

เราได้ไอเดียมาจากทั้งสามอย่างข้างต้นค่ะแต่งานในสต็อกส่วนใหญ่จะเป็นซีนในภาพยนตร์เป็นหลัก ส่วนกระแสเรียลไทม์จะเป็นตามเทศกาลวันสำคัญมากกว่า กระแสข่าวไม่ค่อยได้เล่นกับมันเท่าไหร่ ถ้าพูดตรงๆ เลยคือครีเอตไม่ทัน(หัวเราะ)

 

 

เคยมีลูกเพจมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่ทำงานบ้างไหม

ไม่เคยมีเลยค่ะ ที่ไม่มีใครมาปรึกษาเราอาจจะเพราะเนื้อหาในเพจทำให้เราดูเป็นคนมีปัญหาชีวิตเยอะกว่าเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ

 

ตั้งแต่เปิดเพจมาเคยเจอปัญหากับลูกเพจบ้างไหม

ช่วงแรกมีปัญหาเรื่องการเอารูปไปรีโพสใหม่ในแพลตฟอร์มอื่นเล็กน้อย แต่เราคิดว่าเป็นเพราะเราลงแค่ทางเฟซบุ๊กอย่างเดียว ในขณะที่เขาอยากแชร์ลงช่องทางอื่นๆด้วย ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มแอกเคานต์ทวิตเตอร์ตามคำแนะนำของเพื่อนๆ ปัจจุบันมีให้เห็นบ้างแต่ก็น้อยลงแล้ว

ส่วนปัญหาดราม่ากับลูกเพจยังไม่เคยมี และขอให้ไม่มีในอนาคตด้วยนะ ยอมแล้ว

เจ้านายหรือเพื่อนที่ออฟฟิศเห็นเพจของเราหรือยัง แล้วเขาว่ายังไงบ้าง

รู้เป็นบางคน แต่บางคนก็ไม่ต้องรู้(หัวเราะ)คนที่รู้ก็ซัพพอร์ตกันดีนะ

 

 

ที่สุดแล้ว จุดประสงค์ของเพจ กว่าจะถึงออฟฟิศคืออะไรกันแน่

จุดประสงค์ของเราคือต้องการจะสื่อว่า ถ้าเรามองปัญหาด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป เช่น มองให้มันเป็นเรื่องตลกบ้าง ก็จะเห็นได้ว่าการใช้ชีวิตประจำวันเป็นพนักงานออฟฟิศมันไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นก็ได้ ซีเรียสแค่เรื่องงานอย่างเดียวก็พอแล้ว

 

ถ้าให้เปลี่ยนเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาที่เจอในฐานะมนุษย์ออฟฟิศได้1 อย่าง อยากจะเปลี่ยนอะไร

ความจริงแล้วมันก็อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จะเห็นได้ว่าในเพจพูดถึงประเด็นการกลับบ้านตรงเวลาบ่อยมาก คือส่วนตัวเราคิดว่าเมื่อเราทำงานเสร็จสิ้นตามที่ได้รับมอบหมายแล้วทำไมการกลับบ้านตรงเวลาถึงดูเป็นเรื่องไม่สมควร ดูเป็นบุคลากรที่ไม่ทุ่มเทไปเสียอย่างงั้น ถ้าอยากเปลี่ยนก็อยากจะให้เปลี่ยนทัศนคติตรงนี้หน่อย เพราะมันกระทบถึงการเดินทางและการพักผ่อนในชีวิตที่เหลือจากการทำงานในแต่ละวันนั้นๆ ด้วย

 

แอดมิน กว่าจะถึงออฟฟิศใช้เวลานานไหม กว่าจะถึงออฟฟิศ

เพราะใช้เวลานานมาก จึงตั้งชื่อเพจว่า “กว่าจะถึงออฟฟิศ” นั่นแล

การใช้ชีวิตแบบมนุษย์ออฟฟิศอาจจะดูน่าเบื่อ แต่ถ้าหากเราลองมองดีๆ บางทีมันอาจจะมีเรื่องราวสนุกๆ ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของชีวิตรูทีนแบบนี้ก็ได้บางปัญหาที่แก้ไม่ได้จนทำให้เราเครียดโลกแทบแตกอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ควรเครียดขนาดนั้น หากเรามองให้มันเป็นเรื่องขำๆ บ้าง เหมือนอย่างที่“กว่าจะถึงออฟฟิศ” บอกว่า ถ้าเราลองมองปัญหาด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป มองให้เป็นเรื่องตลกบ้าง บางทีชีวิตเราอาจจะมีสีสันมากขึ้น และสนุกกับการเป็นมนุษย์ออฟฟิศมากขึ้นก็เป็นได้

เขียนโดย วิไลพร พงษ์วัน

2019-05-03T23:33:29+00:0026 เมษายน 2019|Categories: Digital PR|